...
ภาพถ่ายระยะใกล้ของเครื่องดนตรีงานแต่งงาน ประกอบด้วยกีตาร์โปร่งและไวโอลิน วางคู่กันในบรรยากาศอบอุ่น สื่อถึงทางเลือกวงดนตรีสดแบบโฟล์คซองและวงเครื่องสาย

เลือกดนตรีสดงานแต่ง: วงโฟล์คซอง vs วงเครื่องสาย vs DJ เหมาะกับงานแบบไหน?

เลือกดนตรีสดงานแต่ง: วงโฟล์คซอง vs วงเครื่องสาย vs DJ เหมาะกับงานแบบไหน?

ลองนึกภาพงานแต่งที่เสียงกีตาร์อะคูสติกดังขึ้นพร้อมกับเจ้าสาวเดินเข้าพิธี เทียบกับงานที่เปิดเพลงจากลำโพง ความรู้สึกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดนตรีสดคือหนึ่งในองค์ประกอบที่ทำให้งานแต่งมีชีวิตชีวาและน่าจดจำ แต่จะเลือกแบบไหนให้เหมาะกับงานของเรา บทความนี้จะช่วยเปรียบเทียบให้ชัดเจน

ทำไมดนตรีสดถึงสำคัญกับงานแต่ง

ดนตรีสดมีพลังในการสร้างบรรยากาศที่เพลงจากเครื่องเสียงให้ไม่ได้ เพราะนักดนตรีสามารถปรับจังหวะ อารมณ์ และความดังของเพลงให้เข้ากับแต่ละช่วงของงานได้แบบเรียลไทม์ ไม่ว่าจะเป็นช่วงพิธีเช้าที่ต้องการความขลัง ช่วงรับประทานอาหารที่ต้องการเสียงเบาๆ หรือช่วง After Party ที่ต้องการความสนุก

นอกจากนี้ วงดนตรีที่มีประสบการณ์ยังช่วยแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้ดี เช่น คุมอารมณ์เพลงให้เหมาะกับสถานการณ์ หรือเล่นเพลงต่อเนื่องไม่ให้เกิดช่วงเงียบที่น่าอึดอัด

3 รูปแบบดนตรีสดยอดนิยมในงานแต่ง

วงโฟล์คซอง / อะคูสติก

วงโฟล์คซองมักประกอบด้วยนักดนตรี 2-3 คน เล่นกีตาร์อะคูสติกและร้องเพลง ให้บรรยากาศอบอุ่น สบายๆ เหมือนนั่งฟังเพลงกับเพื่อนสนิท

ข้อดี — บรรยากาศอบอุ่น เป็นกันเอง เหมาะกับงานแต่งสไตล์ไม่เป็นทางการ สามารถเล่นได้ทั้งเพลงไทยและสากล ราคาเข้าถึงง่ายเริ่มต้นประมาณ 8,000-15,000 บาท และเหมาะกับงานกลางแจ้งเพราะไม่ต้องใช้เครื่องเสียงขนาดใหญ่

ข้อเสีย — เสียงอาจไม่ดังพอสำหรับงานที่มีแขกจำนวนมาก (200 คนขึ้นไป) และแนวเพลงค่อนข้างจำกัดเมื่อเทียบกับวงใหญ่

เหมาะกับ: งานกลางแจ้ง งานที่ร้านอาหารหรือสวน บรรยากาศสบายๆ แขก 50-150 คน

วงเครื่องสาย (ไวโอลิน เชลโล)

วงเครื่องสายประกอบด้วยไวโอลิน วิโอลา เชลโล หรือเปียโน ให้เสียงที่นุ่มนวล โรแมนติก และมีความคลาสสิก

ข้อดี — สร้างบรรยากาศหรูหรา เหมาะกับพิธีเช้าและช่วงรับแขก เสียงไม่ดังจนรบกวนการสนทนาของแขก และยังให้ความรู้สึกพิเศษที่แตกต่างจากวงทั่วไป

ข้อเสีย — ไม่มีเนื้อร้อง อาจขาดความหลากหลาย ไม่เหมาะกับช่วง After Party ที่ต้องการความสนุก และราคาค่อนข้างสูงเริ่มต้นประมาณ 9,000-20,000 บาท

เหมาะกับ: งานในโรงแรม พิธีเช้า งานสไตล์ elegant หรือ formal

DJ / เปิดเพลง

DJ จะควบคุมเพลงผ่านระบบเครื่องเสียง สามารถเปิดเพลงได้หลากหลายแนวตามบรรยากาศของงาน

ข้อดี — มีเพลงให้เลือกไม่จำกัดทั้งไทย สากล ทุกแนว ราคาประหยัดที่สุดเริ่มต้นประมาณ 5,000-10,000 บาท และเหมาะกับช่วง After Party ที่ต้องการเพลงแนว EDM, Pop, หรือ Hip-Hop

ข้อเสีย — ขาดมิติและความสดของเสียงดนตรี ไม่ได้บรรยากาศอบอุ่นเหมือนวงดนตรีสดในช่วงพิธีการ

เหมาะกับ: After Party งานเน้นปาร์ตี้ หรืองานที่มีงบจำกัดสำหรับดนตรี

เปรียบเทียบราคาวงดนตรีงานแต่ง

ประเภทราคาโดยประมาณจำนวนนักดนตรีเหมาะกับแขก
โฟล์คซอง Duo8,000-16,000 บาท2 คน50-150 คน
วงอะคูสติก12,000-15,000 บาท3 คน100-200 คน
วงเครื่องสาย9,000-20,000 บาท3-4 คน100-200 คน
DJ5,000-15,000 บาท1 คนไม่จำกัด
Full Band20,000 บาทขึ้นไป5+ คน200+ คน

หมายเหตุ: ราคาข้างต้นเป็นราคาโดยประมาณในพื้นที่กรุงเทพฯ สำหรับงานต่างจังหวัดอาจมีค่าเดินทางและค่าที่พักเพิ่มเติม แนะนำให้สอบถามราคาจากวงดนตรีโดยตรง

เลือกแบบไหนดี? ดูจากรูปแบบงาน

ดูจากสถานที่

สถานที่จัดงานเป็นปัจจัยสำคัญในการเลือกวงดนตรี หากคุณสนใจ จัดงานแต่งในร้านอาหาร จะพบว่างานสไตล์นี้เหมาะกับวงโฟล์คซองที่ให้บรรยากาศสบายๆ กลมกลืนกับธรรมชาติ ส่วนงานในห้องจัดเลี้ยงหรือโรงแรม จะเหมาะกับวงเครื่องสายที่ให้ความรู้สึกหรูหรามากกว่า ในขณะที่ DJ จะยืดหยุ่นได้กับทุกสถานที่โดยเฉพาะช่วง After Party

ดูจากจำนวนแขก

งานที่มีแขก 50-150 คน วงโฟล์คซอง 2-3 คนเพียงพอ แขก 150-300 คน ควรใช้วงอะคูสติกหรือวงเครื่องสายที่มีเครื่องเสียงรองรับ แขก 300 คนขึ้นไป ควรใช้ Full Band หรือ DJ ที่มีระบบเสียงขนาดใหญ่

ดูจากงบประมาณ

การจัดสรรงบดนตรีควรดูภาพรวมของงานทั้งหมดประกอบด้วย หากยังไม่แน่ใจเรื่องตัวเลข สามารถดู งบจัดงานแต่งงาน 2569 เพื่อช่วยวางแผน

ถ้างบดนตรีอยู่ที่ 5,000-10,000 บาท เลือก DJ หรือโฟล์คซองเดี่ยว งบ 10,000-20,000 บาท เลือกวงโฟล์คซอง Duo หรือวงเครื่องสาย งบ 20,000 บาทขึ้นไป เลือก Full Band หรือผสมผสานวงดนตรีหลายรูปแบบ

อีกทางเลือกที่น่าสนใจคือ เลือกสถานที่จัดงานแต่งที่รวมดนตรีสดในแพ็คเกจแล้ว จะช่วยประหยัดทั้งเงินและเวลาในการประสานงาน เช่น ร้านคัม ขอนแก่น มีแพ็คเกจที่รวมดนตรีสดโฟล์คซอง 2 วง พร้อมอาหาร สถานที่ และพิธีการครบในราคาเริ่มต้น 119,900 บาท

Tips สำหรับเลือกวงดนตรีงานแต่ง

ฟังผลงานก่อนจอง — ขอดูคลิปวิดีโอหรือไปดูงานจริงก่อนตัดสินใจ เพราะเสียงจริงกับเสียงในคลิปอาจต่างกัน

เช็คเรื่องเครื่องเสียง — สอบถามว่าวงมีเครื่องเสียงมาด้วยหรือไม่ หรือต้องเช่าเพิ่ม เพราะค่าเครื่องเสียงอาจเพิ่มอีก 3,000-5,000 บาท

รีเควสต์เพลงล่วงหน้า — ส่งรายชื่อเพลงที่ต้องการให้วงล่วงหน้าอย่างน้อย 2 สัปดาห์ เพื่อให้มีเวลาซ้อม

เผื่อเวลา sound check — ควรให้วงดนตรีมาก่อนงานอย่างน้อย 1-2 ชั่วโมง เพื่อเช็คเสียงและปรับระดับให้เหมาะกับสถานที่

พิจารณาสถานที่ที่รวมดนตรีในแพ็คเกจ — บางสถานที่จัดงานแต่งมีดนตรีสดรวมอยู่แล้ว ไม่ต้องจ้างแยก ไม่ต้องประสานงานเอง ช่วยลดความยุ่งยากในวันงานได้มาก

เชฟ แฮปปี้
เขียนโดย
เชฟ แฮปปี้

ดูแลครัวร้านคัมมาตั้งแต่เปิดร้าน คลุกคลีกับงานจัดเลี้ยงทุกรูปแบบ ตั้งแต่ประชุม 10 คน ยันงานแต่ง 200 คน