...

4 ประโยชน์ของเนื้อวัว ต่อร่างกาย จิตใจ และโภชนาการ

เนื้อวัว เป็นแหล่งโปรตีน และแร่ธาตุชั้นยอด และอุดมไปด้วยวิตามินหลายชนิด ได้รับความนิยมมากในประเทศไทย วัวเป็นสัตว์ที่เลี้ยงลูกด้วยนม สามารถนำมาปรับประทาน ได้ทุกส่วนเลยก็ว่าได้ ซึ่งประโยชน์ของเนื้อสัตว์แต่ละส่วนก็จะมีลักษณะที่แตกต่างกันออกไป เนื้อวัวติดมันติดมันมาก หรือ ติดมันน้อย พวกเราสามารถเลือกรับประทานได้เอง เนื้อวัวช่วยมาซ่อมแซมมวลกล้ามเนื้อ และส่วนที่สึกหรอ ของร่างกายได้ ใครที่เป็นสายเนื้อห้ามพลาด บทความนี้ เชฟ แฮปปี้ แห่ง ร้าน คัม ปิ้งย่างเกาหลีขอนแก่น ที่มีบ่อปลาคราฟตัวโตขนาดใหญ่มาก ที่เดียวใน จ. ขอนแก่น จะพาทุกท่าน มาเจาะลึกถึงประโยชน์ของเนื้อวัว และพาไปไขข้อสงสัยในประเด็นเกี่ยวกับ “ดี” และ “เพี้ย” ที่รู้แล้วจะต้องเปลี่ยนความคิดใหม่แน่นอน

หัวข้อประโยชน์ของเนื้อวัวน่ารู้

ข้อมูลทางโชนาการของเนื้อวัว

ข้อมูลทางโชนาการปริมาณ
แคลอรี่217
น้ำ61%
โปรตีน26.1 กรัม
คาร์บส์0 กรัม
น้ำตาล0 กรัม
ใยแก้ว/เส้นใย0 กรัม
ไขมัน11.8 กรัม
โมโนไม่อิ่มตัว4.94 กรัม
โพลีไม่อิ่มตัว0.42 กรัม
โอเมก้า-30.05 กรัม
โอเมก้า-60.33 กรัม
ไขมันทรานส์0.37 กรัม
ประโยชน์ของเนื้อวัว-beef-benefits-1

โปรตีน

เนื้อสัตว์เช่นจากเนื้อวัว ส่วนใหญ่จะประกอบไปด้วยโปรตีนประมาณ 26-27% และมีกรดอะมิโนทั้ง 8 ชนิดที่จำเป็นต่อร่างกายมาก

ไขมันวัว

จะช่วยในเรื่องของการเพิ่มรสชาติได้เป็นอย่างดี ปริมาณไขมันของวัวแต่ละตัวจะไม่เท่ากัน  ขึ้นอยู่กับการตัดแต่ง อายุ เพศ และสายพันธ์ ตลอดไปจนถึงการเลี้ยงดูด้วย วัวที่ถูกเลี้ยงเพื่อนำเอาเนื้อมาแปรรูป จะมีไขมันที่สูง ส่วนเนื้อสัตว์ที่มีไขมันต่ำ จะมีประมาณไขมันที่ 5-10 % เท่านั้น

4 ประโยชน์ของเนื้อวัว

ประโยชน์ของเนื้อวัวมีมากมาย เนื้อวัว 100 กรัม สารอาหาร จะให้พลังงานทั้งหมด 250 Kcal. และมีสารอาหารอื่น ๆ ด้วย นอกจากจะนำมาประกอบ เป็นวัตถุดิบหลัก หรือ เป็นอาหารจานหลักในหลาย ๆ เมนูนแล้ว หากรับประทาน ในปริมาณที่พอเหมาะ ยังเป็นตัวช่วยเสริมสร้างร่างกาย ป้องกันการเกิดโรคได้อีกด้วย ประโยชน์ของเนื้อวัว มีดังนี้

ป้องโรคโลหิตจาง

โรคโลหิตจาง จะพบในบ่อยในบุคคลที่ขาดธาตุเหล็ก วิตามิน ทองแดง โฟเลต หรือไม่ก็มาจากการมีแผลในกระเพาะอาหาร หรือไม่ก็เลือกรับประทานอาหารที่มีธาตุเหล็กต่ำ กินเนื้อวัวมีส่วนช่วยในด้านนี้ เพราะในเนื้อวัวจะมีธาตุเหล็ก และวิตามินบี 2 และ วิตามินบี 12 ซึ่งเป็นอาการส่วนสำคัญ ต่อการสสร้างเซลล์เม็ดเลือดแดง การเลือกรับประทานเนื้อวัว จึงมีส่วนช่วยให้บำรุงเลือด และป้องกันโรคโลหิตจาง

ปรับภูมิคุ้มกัน

เนื้อวัวเป็นเนื้อที่มีปริมาณของแร่ธาตุสังกะสี ช่วยปรับสมดุลในร่างกายคนเรา ได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญยังเข้ามาช่วย ในการปรับภูมิคุ้มกัน ให้ต้านโรคต่าง ๆ ได้อีกด้วย แต่ต้องรับประทาน ในปริมาณที่เหมาะสมเท่านั้น เช่น ป้องกันโรคมะเร็ง

เสริมสร้างกล้ามเนื้อ

อย่างที่ทราบกันดีว่า โปรตีนในเนื้อสัตว์ มีส่วนในการเสริมสร้างกล้ามเนื้อของคนเราได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีงานวิจัยที่ได้ตีพิมพ์ในวารสาร  Nutrients ไปเมื่อเดือนพฤษภาคมปีค.ศ. 2019 พบว่ามนุษย์เราควรรับประมาณเนื้อวัว ในปริมาณ 0.66 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน จะช่วยส่งเสริมกล้ามเนื้อ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอได้เป็นอย่างดี และควรทานในประมาณที่พอเหมาะเท่านั้น อย่างไรก็ตาม ควรเลือกเนื้อส่วนที่ไม่ติดมัน เพื่อเลี่ยงการเกิดโรคไขมันอุดตัน โรคอ้วนได้

มีวิตามิน และแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย

  • มี Vitamin B2,B3,B6,B12 จะช่วยเพิ่มพลังงาน และลดอาการเหนื่อยล้าลงไปได้ 
  • สังกะสี ในเนื้อวัว จะช่วยบำรุงส่วนต่าง ๆ ในร่างกาย เช่น เล็บ และผม มีสุขภาพดี มีพัฒนาการเจริญพันธ์ได้อย่างเต็มที่ รวมไปถึงช่วยการสืบพันธ์ รักษาระดับฮอร์โมนโทสเตอโรน ในเลือดให้ปกติอีกด้วย
  • แคลเซียม และฟอสฟอรัส เข้ามาช่วยในการเสริมสร้างกระดูกและฟัน ให้มีความแข็งแรง ควบคุมการเต้นของหัวใจให้ปกติ ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด

ประโยชน์เครื่องในวัวมีอะไรบ้าง

นอกจากเนื้อวัวที่เป็นประโยชน์ต่อเราแล้ว ก็ยังมีอีกส่วน ที่มีธาตุเหล็ก โปรตีน และวิตามินไม่แพ้กัน นั่นก็คือส่วนของเครื่องในวัวนั่นเอง ซึ่งบางคนก็ชื่นชอบ และในอีกหลาย ๆ คนก็อาจจะต้อง Say Bye เป็นส่วนชอบเฉพาะกลุ่มเท่านั้น เรามักจะเห็นเครื่องในเหล่านี้ ถูกนำมาประกอบเป็นอาหารได้เช่น ลาบวัว ต้มเครื่องในวัว ก๋วยเตี๋ยว ซอยจุ๊ดิบ ลวกจิ้ม และอีกในหลาย ๆ เมนู ซึ่งข้อควรระวังในการรับประทานเครื่องในก็คือ แนะนำให้รับประทานแบบสุกเท่านั้น ป้องกันพยาธิตัวตืดได้มากที่สุด เครื่องในวัวมีดังนี้

ม้ามวัว

เป็นส่วนชิ้นเนื้อที่มีสีแดงเข้ม เป็นแผ่นขนาดกลางมีลวดลายที่สวยงาม รสชาติจะออกมัน ๆ มีธาตุเหล็ก และโปรตีน เรามักจะพบม้ามอยู่ในต้นแซ่บ ก๋วยเตี๋ยว และในเมนูลวกจิ้ม เหมาะสำหรับรับประทานแบบสุกเท่านั้น
ประโยชน์ของเนื้อวัว-spleen-cow

กระเพาะวัว

กระเพาะวัวเป็นส่วนที่มีขนาดใหญ่ที่สุด คิดเป็นเนื้อที่ในตัววัวมากถึง 70-80% เลยนะ ใหญ่ ๆ มาก ๆ ซึ่งกระเพาะวัวก็เป็นส่วนที่คนเรานำมาประกอบเป็นอาหารมากที่สุดเช่นเดียวกัน โดยกระเพาะวัวแบ่งออกได้เป็น 4 ส่วนดังนี้

  • กระเพาะรังผึ้ง (Reticulum) ไม่มีท่อต่อ เป็นส่วนในการสร้างน้ำย่อย
  • กระเพาะผ้าขี้ริ้ว (Rumen) ไม่มีท่อต่อ เป็นส่วนในการสร้างน้ำย่อย
  • กระเพาะสามสิบกลีบ (Omasum) ไม่มีท่อต่อ เป็นส่วนในการสร้างน้ำย่อย
  • กระเพาะแท้ (abomasum) ที่มีท่อต่อ

ทุกส่วนของกระเพาะสามารถรับประทานได้หมด เรามักจะคุ้นหน้าคุ้นตากันดี พบเห็นได้บ่อยตามร้านบุฟเฟ่ต์หมูกระทะ ชาบู ร้านลาบวัว ต้มแซ่บ และในอีกหลาย ๆ เมนู เป็นส่วนที่ไม่มีไขมัน ใครที่กำลังมองหา เมนูจากเนื้อวัวที่ไม่ส่งผลเสียต่อร่างกาย หรือ ทำให้อ้วน กระเพาะอาหารของวัวก็เป็นส่วหนึ่ง ที่น่าสนใจมาก ๆ เลยแหละ แต่แนะนำให้เลือกร้านซื้อ เพราะมีบางร้านที่ใช้สารฟอกขาวอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพได้

ประโยชน์ของเนื้อวัว-cow-stomach

เซี่ยงจี้วัว

เซี่ยงจี้วัว หรือ ไตวัว เป็นอีกหนึ่งส่วนที่สามารถรับประทานได้ เหมาะสำหรับคนเฉพาะบางกลุ่มเท่านั้น มีธาตุเหล็ก และโปรตีนสูง พบได้บ่อยในเมนูต้นแซ่บ ลาบวัว ย่างกินแบบร้อน ๆ เป็นต้น
ประโยชน์ของเนื้อวัว-shanghai-cow-1

ขอบกระด้งวัว

ส่วนของกระเพาะอาหารแรกของวัว จะมีลายผนังกระเพาะคล้ายรังผึ้ง ถูกนำมาประกอบอาหารเช่นเดียวกัน
ประโยชน์ของเนื้อวัว-cow's-edge-1

ไส้เล็กวัว

ในส่วนของไส้เล็กวัว จะเป็นส่วนที่รับอาหารย่อยแล้วจากกระเพาะที่ 4 ของวัว แล้วแพร่เข้าสู้กระแสเลือด เป็นอีกหนึ่งส่วนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่แพ้ไส้หมูเลย ซึ่งจะนำมาย่างบนเตาร้อน ๆ หรือ จะใช้ในส่วนของเมนูประเภทต้มก็ได้
ประโยชน์ของเนื้อวัว-cow-small-intestine

ปอดวัว

ปอดมีส่วนสำคัญกับสัตว์มีกระดูกสันหลังทุกชนิด รวมถึงวัวด้วย ทำหน้าที่แลกเปลี่ยนก๊าซออกซิเจน และปอดวัวก็มีขนาดที่ใหญ่มาก ช่วยให้วิวเจริญเติบโตได้ดี อีกทั้งส่วนนี้ยังรับประทานได้อีกด้วย อุดมไปด้วยโปรตีน และธาตุเหล็ก
ประโยชน์ของเนื้อวัว-cow-lung-1

ตับวัว

เป็นส่วนที่อุดมไปด้วยโปรตีน ธาตุเหล็ก เสริมสร้างกล้ามเนื้อ และวิตามิน มีสารอาหารครบ แต่ตับวัวเป็นชิ้นส่วน ที่ไม่ได้ใหญ่มากนัก เรามักจะเห็นตับถูกนำไปประกอบอาหารในหลาย ๆ เมนู อีกด้วย
ประโยชน์ของเนื้อวัว-beef-liver-1

ดีวัว สรรพคุณ

ประโยชน์ของเนื้อวัว-ดีวัว, Beef-Gallbladder
ดีวีว ก็คือน้ำดีวัวนั่นเองค่ะ ไม่ใช่ชี้วัวแต่อย่างใดเด้อ อย่าเข้าใจผิด มีปริมาณที่น้อยมากเท่ากำปั้น เป็นที่หวงแฟนมาก ๆ เลยจ้า ถ้าเป็นดีวัวแท้ต้องไปรอที่เขียงเนื้อเลย แต่ถ้าเป็นดีวัวขายแบบขวด ตามร้านสะดวกซื้อ อาจจะไม่ใช่ของแท้ 100% ดีวัวมีรสชาติขม ส่วนจะขมมาก ขมน้อย ขึ้นอยู่กับปริมาณในการปรุงอาหารด้วย คนอีสาน และภาคเหนือ จะชอบใส่ดีวัวเยอะ ๆ ภาษาอีสานเรียกว่า “ขมอ่ำหล่ำ” รสชาตินี้ดีขนาด อร่อย กลมกล่อมเลย
บางคนยังสับสนระหว่างดีวัว และ ขี้เพี้ย 2 อย่างนี้ไม่เหมือนกันนะคะ ขี้เพี้ยคือ ส่วนที่อยู่ในลำไส้ส่วนต้น มีรสชาติที่ขมน้อยกว่าดี เพี้ย ไม่ใช่ขี้วัว แต่บางคนก็เรียกว่าขี้วัวอ่อน ก็ไม่ผิดเท่าไหร่นัก สามารถรับประทานได้ มีปริมาณที่ไม่เยอะมาก เรียกได้ว่าต้องจองตั้งแต่เจ้าของเขียงเนื้อ ยังไม่ล้มวัวเลยก็มีค่ะ โดยมักจะถูกนำมาทำเป็นส่วนผสมของน้ำจิ้มแจ่ว เครื่องปรุงรส ให้มีรสชาติขมในเมนูของเนื้อวัว ผสมเข้ากับกับดีวัวนั่นเอง

ข้อดีการเลี้ยงวัวด้วยหญ้า แทนธัญพืช

ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า ในปัจจุบันนี้มีผู้ประกอบการใหญ่ ๆ หลายเจ้าในเมืองไทย จะเลี้ยงวัวด้วยธัญพืชเป็นหลัก เพราะโตเร็ว มีสารอาหารครบ แต่ไขมันสูงลิ่วเลย แต่ทุกท่านควรทราบเอาไว้ว่า คุณค่าทางโภชนการของเนื้อวสัตว์ มักจะขึ้นอยู่กับอาหารที่ใช้เลี้ยงพวกเขาด้วย การเลี้ยงวัวด้วยหญ้าที่มาจากธรรมชาติ จึงมักจะมีคุณค่าทางด้านโภชนาการที่ดีกว่า ไขมันน้อย ซึ่งเนื้อวัวที่เลี้ยงด้วยจะมี

  • ไขมันน้อยกว่า
  • มีสานต้านอนุมูลอิสระที่สูงกว่าเลี้ยงวัวด้วยธัญพืช
  • มีกรดไขมันที่ดีกว่ามาก
  • มีวิตามินอีเสริมสร้างภูมคุ้มกันได้ดีกว่า
  • มีโอเมก้า 3 ที่จำเป็นต่อร่างกายสูงกว่า

โทษของเนื้อวัว

วัวเป็นสัตว์ที่ถูกจัดให้อยู่ ในประเภทของสัตว์เนื้อแดง เช่นเดียวกันกับ เนื้อหมู และเนื้อแกะ มีปริมาณไขมันอิ่มตัวที่สูง หากไม่มีการแปรรูป กินเนื้อวัวสด ๆ ก็อาจจะทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงขึ้น อาจจะนำมาซึ่งโรคหลอดเลือด โรคหัวใจ เป็นต้น การรับประทานแบบปรุงสุก จึงมีความปลอดภัย และถูกสุขอนามัยมากกว่า
ประโยชน์ของเนื้อวัว-โทษของเนื้อวัว, Blame-the-Beef
การรับประทานเนื้อวัวที่ดี จะต้องรับประทานเนื้อที่ไม่ผ่านการแปรรูป จะมีความปลอดภัยกว่า หากเนื้อวัวที่ถูกแปรรูปเช่น กลายเป็นเบคอน ไส้กรอก อาจจะส่งผลเสีย ให้ผู้ที่รับประทาน เป็นมะเร็งลำไส้ หรือ มะเร็งทวารได้เลย
แม้ว่าเนื้อวัว และเครื่องในวัว จะอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก โปรตีน วิตามิน สังกะสี ทุกท่านก็ควรรับประทาน ในปริมาณที่พอเหมาะเท่านั้น หากรับประทานเยอะจนเกินไป จะส่งผลเสีย อาจนำไปสู่ การป่วยเป็นโรคต่าง ๆ เช่น โรคหัวใจ ตับ และอื่นๆ อีกมากมาย ทุกท่านควรเลือกรับประทาน ตามหัวข้อโภชาการทางอาหาร ที่แนะนำไปในข้างต้นเท่านั้น
อย่างไรก็ตาม การทานเนื้อวัวในเมืองไทย เป็นที่นิยมแพร่หลายกันอย่างมาก ประโยชน์ของเนื้อวัวสามารถรับประทานได้ทุกส่วน ตั้งแต่หัวจรดเท้า ยกเว้นขน และตาวัว เท่านั้น ผู้ทีเลือกซื้อเนื้อวัว ควรดูให้ดีเสียก่อน สิ่งที่ต้องระวังก็คือ อย่าซื้อเนื้อวัวที่มีจุดขาว ๆ เล็ก ๆ คล้ายเม็ดสาคู เพราะนั่นคือไข่ของพยาธิตัวตืด ที่จะมาทำลายสุขภาพคุณได้ และควรกินยาถ่ายพยาธิทุก 6 เดือนด้วยล่ะ

คำถามที่พบบ่อย

วัวมีทั้งหมด 4 กระเพาะ

  1. กระเพาะรังผึ้ง
  2. กระเพาะผ้าขี้ริ้ว
  3. กระเพาะสามสิบกลีบ
  4. กระเพาะแท้

ทั้งหมดสามารถรับประทานได้ จะนำมาลวกจิ้ม ย่าง ต้ม ทำได้หมดทุกส่วน

ดีวัว จะเป็นถุงน้ำดีเล็กๆ มีรสชาติขม มีความเข้มข้น 

ขี้เพี้ย คือ ขี้วัวอ่อน ที่อยู่ต้นลำไส้ มีรสชาติขม เพี้ยดีที่สุดคือเพี้ยหัวดี มีปริมาณน้อย

เนื้อวัวเป็นเนื้อที่มีโปรตีนสูง มีไขมัน อุดมไปด้วยวิตามินนานาชนิด มีธาตุเหล็ก และสารอาหารอย่างครบถ้วน ช่วยเสริมสร้างส่วนต่างๆในร่างกาย

  • สร้างมวลกล้ามเนื้อ ให้พลังงาน 
  • ให้มีฮอร์โมนเทสเตอโรนไหลเวียนในเลือดได้ดี
  • เสริมสร้างกระดูก และฟัน ให้แข็งแรง
  • ควบคุมการเต้นของหัวใจให้ปกติ 
  • ยับยั้งการแข็งตัวของเลือด
  • ช่วยบำรุงเล็บ เส้นผม ให้สุขภาพดีอยู่เสมอ

หากอธิบายถึงตามสุขอนามัย ในเมืองไทยก็รณรงณ์ให้ประชาชน รับประทานอาหารที่สุก อุ่น ทำเสร็จใหม่ๆ เท่านั้น เพื่อจะได้ฆ่าพยาธิ ที่อาจจปนปนมาในอาหารได้ การรับประทานเนื้อวัวที่ปรุงสุก ช่วยให้ปลอดภัย และลดคอเลสเตอรอลในเลือดได้ดี 

แต่ก็อาจจะมีผู้อ่านบางท่าน โต้แย้งมาว่า ยังมีเมนูที่ทำจากเนื้อวัว ที่ไม่สุก แล้วรับประทานได้ไหม ขอตอบเป็นกลางๆ ละกันว่า สามารถรับประทานได้ แต่ไม่ฟันธงว่าจะปลอดภัย 100% เพราะวัวกินหญ้า มักจะมีพายาธิตามมามากมายหากว่าใครจะรับประทานเนื้อวัวแบบดิบ ก็ควรที่จะเลือกซื้อผลิตภัณฑ์ที่ผ่านมาตรฐานอย. มีการแล็ป ห้อหุ้มชิ้นเนื้ออย่างดี หรือ ซื้อกับร้านค้าที่เชื่อถือได้เท่านั้น